• รีวิวจากโค้ชชี่ Executive Coaching คุณพีระศิลป์ ตั้งกิจงามวงศ์ CEO บริษัท ลายวิจิตร จำกัด


    08/10/2017 10:20

    จำนวนครั้งที่เปิดอ่าน : 87

  • เสียงจากโค้ชชี่ ที่บอกเล่าถึงประโยชน์ที่ได้จากการโค้ช....โดยอาจารย์ศรัณย์ จันทพลาบูรณ์

    ได้ปฏิบัติจริง มีประโยชน์มากกว่า การเรียนรู้แต่ทฤษฏี และ หลักการ


    “ได้ปรึกษากับโค้ชในการบริหารงาน ใช้กรณีศึกษาจากปัญหาที่เกิดขึ้นจริงจากการทำงานมาคุยกันเลย ซึ่งจะแตกต่างจากในห้องเรียน ที่นั่งเรียนแต่ทฤษฏี นั่งเรียนหลักการ แล้วค่อยคัดเลือกนำความรู้มาปรับใช้ตามความเหมาะสม ซึ่งที่ผ่านมาเราก็เรียนรู้มาหลายอย่าง แต่ในชีวิตจริง ก็ไม่รู้จะหยิบเครื่องมืออันไหนมาใช้ในการทำงาน หรือแก้ปัญหา ถ้าเรามีโค้ช สามารถปรึกษาและนำ Case จริงมาคุยกับโค้ชได้ และเลือกเครื่องมือมาใช้เลยตามสถานการณ์จริงๆ และได้เน้นการปฏิบัติ เน้น case จริง มากกว่าที่จะเรียนรู้แต่ในทฤษฏี

    ได้เห็นตัวเองมากขึ้น ค้นพบตัวเองมากขึ้น


    “เมื่อรู้จักกับโค้ชมากขึ้น สนิทกันมากขึ้น เริ่มไว้วางใจมากขึ้น เป็นอะไรที่รู้สึกสบายมาก ไม่ว่าจะพูด หรือสื่อสารอะไรกับโค้ช เหมือนเราเป็นอะไรก็ได้เมื่ออยู่กับโค้ช ง่ายๆ สบายๆ เป็นตัวของตัวเอง ไม่เหมือนตอนอยู่ที่บริษัท อาจจะต้องมีมาด เพราะเป็นผู้บริหารระดับสูง บางครั้งมีอารมณ์...มีความรู้สึก อยากทำ...ไม่อยากทำ ชอบ...ไม่ชอบ โอเค...ไม่โอเค บางทีแสดงออกมากไม่ได้ อาจจะต้องวางมาดบ้างเก๊กบ้าง แต่เวลาที่อยู่กับโค้ช ไม่จำเป็นต้องเก๊ก ไม่จำเป็นต้องมีมาด สามารถเป็นตัวของตัวเองพูดในสิ่งที่อยากพูด ในสิ่งที่เราโอเคหรือไม่โอเคได้ ซึ่งตรงนั้น ทำให้รู้สึกว่า ปลอดภัย สบายใจที่ได้คุยกับโค้ช และได้เห็นตัวเองมากขึ้น ค้นพบตัวเองมากขึ้น”

    สามารถโค้ชลูกน้องได้เองอัตโนมัติ


    “เมื่อก่อนผมเป็นคนที่ชอบไปเรียน ไปศึกษา ไปสัมมนา เรียนแล้วก็จำมาว่าอาจารย์สอนแบบนี้นะ วิทยากรสอนแบบนี้นะ แล้วก็จดบันทึกไว้ เมื่อถึงเวลาต้องเอาความรู้มาสอนลูกน้องต่อ ก็สอนแบบที่ได้เรียนมานั่นแหละ สั่งให้ลูกน้องไปทำ เมื่อมีประสบการณ์ในการถูกโค้ชมาระยะหนึ่ง ทำให้รู้ว่า การโค้ชไม่ใช่การสอน แต่เป็นเหมือนการตั้งคำถาม เพื่อให้เราค้นหาคำตอบ บางครั้งก็มีเครื่องมืออะไรใหม่ๆ มาให้ และให้เราเลือกว่าจะใช้อันไหน และพอผ่านมาระยะหนึ่ง เราเริ่มสอนลูกน้องเปลี่ยนไป กลายเป็นระบบโค้ชกับลูกน้องบ้างโดยอัตโนมัติ เกิดการซึมซับโดยไม่รู้ตัว แทนที่จะบอกหรือสั่งเหมือนเดิม เปลี่ยนเป็นตั้งคำถาม เพื่อให้เขาค้นหาคำตอบด้วยตัวเขาเอง และวิธีนี้จะทำให้ลูกน้องเก่งมากขึ้นด้วย

    ทำให้เห็นมุมมอง ที่คนอื่นมองเรา


    “การโค้ชจะมีการประเมินแบบ 360 องศาด้วย วิธีนี้เป็นกระจกสะท้อนแบบรอบทิศทาง ทำให้เราเห็นมุมมองของตัวเองจากการทำสัมภาษณ์ 360 องศา ทำให้โค้ชเข้าใจเรามากขึ้น เข้าถึงเรามากขึ้น ได้เห็นมุมมองที่คนอื่นๆ มองเรา เป็นมุมมองที่แตกต่างแบบ รอบทิศทาง ข้างบน ข้างล่าง ข้างซ้าย ข้างขวา ข้างหน้า ข้างหลัง ซึ่งเป็นมุมมองที่เราเองก็ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า คนอื่นๆ มองตัวเราแบบนี้นะ”

    ทำให้เรียนรู้ว่า อย่าใช้อารมณ์ ความรู้สึก มากเกินไป


    การที่มีโค้ชเป็นสิ่งที่ดีมากเลย เพราะโค้ชเป็นกลาง ไม่ใช้ความรู้สึก เช่น เราเล่าเรื่องให้โค้ชฟังว่า เราไม่ชอบคนนี้เลย คนนี้ทำงานไม่ดีเลย ไม่ได้ดั่งใจ ถ้าเราเล่าให้คนอื่นฟัง เขาจะใส่ความรู้สึกสมทบ “จริงเหรอ แย่อ่ะ เคยเจอเหมือนกัน บ่นๆๆๆ” แต่โค้ชจะตั้งคำถามกลับมาว่า อยากให้เป็นยังไง อย่างไหนถึงจะโอเค แล้วถ้าจะทำให้โอเคจะทำยังไงล่ะ จะใช้วิธีตั้งคำถามกลับมา จะไม่ไปตามอารมณ์ความรู้สึก เพราะเป็นกลาง เพราะส่วนใหญ่เราจะใช้อารมณ์ ความรู้สึก ความพึงพอใจ ตัดสินการทำงานของลูกน้อง ไม่ได้ดูที่ผลงานหรือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงจากการทำงาน

    กระบวนความคิดเปลี่ยนเป็นการโค้ชลูกน้อง


    “พอโค้ชไประยะหนึ่ง กระบวนความคิดเริ่มเปลี่ยน สมัยก่อนพอติดขัดอะไร ติดปัญหาอะไร เราจะมองหาใครให้คำตอบเราได้ ก็จะไปหาคนนั้น โทรหาคนนั้น ไปเรียนกับคนนั้น ไปเรียนหลักสูตรนี้ เพื่อหาคำตอบ แต่ตอนนี้พอมีโค้ช บ่อยครั้งที่โค้ชเริ่มตั้งคำถาม และให้เราหาคำตอบด้วยตัวเอง ถึงบางครั้งไม่เจอโค้ช กระบวนความคิดเราเริ่มเปลี่ยน แทนที่จะมานั่งหาว่าใครรู้เรื่องนี้ แล้วไปถามเขา เปลี่ยนเป็นถามตัวเองก่อน เช่น เรารู้มั้ย แล้วทำยังไงเราถึงจะเป็นอย่างนั้นล่ะ เราลองนึกดูก่อนสิ เราลองเอาประสบการณ์ เอาความคิด มาหาคำตอบ

    เก่งนะ...หาคำตอบได้เองเหมือนกัน เพียงแต่ไม่เคยมีใครมาถามเราเหมือนโค้ช


    คำตอบมันมาจากตัวเรา เรารู้สึกว่าเราเชื่อ มันใช่เลย เป็นคำตอบที่เราคิดออกมา เวลาได้ความคิด ไอเดียใหม่ๆ เราจะรู้สึกภูมิใจกับสิ่งที่เราได้ กับสิ่งที่เราคิด เอ้ย...เราเจ๋งนะ เก่งนี่หว่า เราคิดออกมาได้ จริงๆ เราก็รู้นะ เพียงแต่ไม่เคยมีใครมาถามเราว่า ทำไมถึงเป็นแบบนั้น ทำไมไม่เป็นแบบนั้น ทำไมไม่ทำแบบนี้ จะทำยังไงให้ได้อย่างนั้น จริงๆ คำตอบอยู่ที่ตัวเราอยู่แล้ว เพียงแต่เราไม่เคยตั้งคำถามกับตัวเราเอง เพื่อหาคำตอบให้ได้จากตัวเอง พอเราได้คำตอบที่มันเวิร์ค มันเจ๋ง เราก็ภูมิใจในคำตอบ และเราจะพยายามทำในสิ่งที่เราคิดออกมา
    สุดท้าย โค้ชตั้งคำถาม เราคิดคำตอบ บางทีคิดแล้วก็คิดไม่ออก ตันแล้ว ยังเป็นแนวทางเดิมๆ ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่แตกต่างจากสิ่งเดิมเท่าไร รู้สึกว่ามันยังไม่เวิร์ค ก็จะบอกโค้ชตรงๆ เลยว่า “โค้ชครับ ผมคิดไม่ออกแล้วครับ โค้ชช่วยให้แนวทางหน่อยครับ” จากนั้น โค้ชก็จะเริ่มให้เครื่องมือมาให้เราเลือก ให้แนวทางมาให้เราเลือก โค้ชจะมองว่าสถานการณ์นี้ น่าจะใช้เครื่องมือแบบนี้ ไหนคุณลองไปดูสิว่า ใช้แล้วเวิร์คมั้ย เหมือนกับว่า เวลาคิดไม่ออกแล้ว ตันแล้ว ยังมีโค้ชคอยช่วยเหลือเรา ซึ่งแตกต่างจากการเรียนในห้องเรียน เรารู้เครื่องมือเยอะบางทีใช้ไม่ถูก แต่โค้ชผ่านประสบการณ์พวกนี้มาแล้ว จะรู้ว่าเครื่องมือตัวนี้เหมาะกับสถานการณ์แบบไหน
    ขอขอบคุณคุณพีระศิลป์ ตั้งกิจงามวงศ์
    CEO บริษัท ลายวิจิตร จำกัด

บริษัท กบเหลาดินสอ จำกัด ให้บริการ เหลาความคิด เปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อผลลัพธ์ ที่ดีขึ้น สำหรับ ผู้ที่แสวงหาบริการ ด้านการฝึกอบรม (Training) การโค้ช (Coaching) ที่ส่งผล ต่อการพัฒนา การทำงาน ได้จริง และ คุ้มค่า กับการลงทุน "มาเหลาความคิด พัฒนาความรู้ร่วมกัน สักครั้งหนึ่งในชีวิต" สอบถามเพิ่มเติม โทร. 089-139-6077 LINE: a.sarun