• รีวิวหนังสือ ปั้นเด็กเก่งคิดสร้างสรรค์ เขียนโดยอ.ศรัณย์ จันทพลาบูรณ์


    14/11/2017 15:24

    จำนวนครั้งที่เปิดอ่าน : 31

  • image
    image

    ความเห็นส่วนตัว


    พอดีได้มีโอกาสไปอบรม Powerful Creator กับอาจารย์ศรัณย์ ซึ่งเนื้อหาตรงกับในหนังสือ พออ่านหนังสือก็เลยเข้าใจง่าย เหมือนอ่านเพื่อทบทวนและเตือนใจในสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปในการอบรม ก่อน review หนังสือ ขอพูดถึงการอบรมก่อนละกัน ต้องบอกว่าการอบรมของอาจารย์ศรัณย์ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ตั้งแต่การจัดห้องอบรมให้เป็นบรรยากาศริมชายหาด ผู้เข้าอบรมก็นั่งๆนอนๆกอดหมอน หนุนตุ๊กตาไป อบรมไปแบบชิลชิล “เปิดกระบาล” ให้นอกกรอบ รวมทั้งวิธีการดำเนินการอบรมก็แปลกใหม่ เน้นดึงคำถามที่ค้างอยู่ในใจพ่อแม่ออกมา แล้วอาจารย์ก็ตอบปัญหาไป เชื่อมโยงเรื่องราวและหยิบยกเทคนิคต่างๆมาสอดแทรก จนตอบปัญหาของพ่อแม่จนจบภายในเวลาอย่างไม่น่าเชื่อ (ไม่บอกว่าเป็นยังไง เพราะอยากให้ลองหาโอกาสไปอบรมเอง) รูปแบบนอกกรอบแต่ไม่ตกหล่นเนื้อหาหรือเรื่องราวที่จะคุยกันเรื่องการสร้างความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็ก ตัวชูให้การอบรมยิ่งน่าสนใจหนีไม่พ้น ลูกชายวัย 17 ของอาจารย์ที่สุดยอดมาก ทางด้านความคิดความอ่าน เหมือนฟังคนวัยเดียวกันมาพูดให้ฟัง เป็นตัวการันตีได้ดีเลยความคิดสร้างสรรค์สร้างได้จริงในบ้าน
    กลับมาที่ตัวหนังสือเอง อ่านง่ายค่ะ มีการนำเนื้อหามาจากที่อาจารย์ไปจัดสัมมนามา เวลาอ่านจะรู้สึกเหมือนนั่งคุยกับอาจารย์อยู่ ภาษาที่ใช้ก็เป็นภาษาพูดง่ายๆ ไม่วิชาการ เข้าใจง่าย นำไปใช้ได้จริง เนื้อหาแต่ละบทสั้นๆค่ะ แต่ได้ใจความ มีการแบ่งเรื่องราวเป็นหัวข้อๆ ลำดับเรื่องราวจากที่มา หรือคำถามว่าทำไมต้องสร้างสรรค์
    มีการยกผลวิจัยที่เกี่ยวข้องมาเป็นระยะๆ เพื่อเชื่อมโยงให้เห็นว่าแต่ละเทคนิคจะช่วยส่งเสริมลูกเราได้อย่างไร ตัวอย่างเช่น
    “บ้านที่เด็กมีความคิดสร้างสรรค์สูง จะมีกฎของบ้านน้อยกว่า 1 กฎหรือไม่มีเลย” กลายเป็นว่า พ่อแม่สร้างเงื่อนไขและกฎเกณฑ์ที่ทำให้เป็นตัวปิดกั้นความคิดของเด็กๆโดยไม่รู้ตัว อาจารย์อธิบายเรื่องนี้เยอะมากในตอนอบรม โดยเน้นให้ลองเปลี่ยน “กฎ” เป็น “คุณค่า” แทน เชื่อมโยงกฎให้เป็นแรงจูงใจให้เด็กคิด และปฏิบัติตาม ดีกว่าชี้นำและบังคับให้เป็นเช่นนั้น ในหนังสือมีตัวอย่างให้ค่ะ แต่จะขอยกตัวอย่างที่เห็นภาพชัดที่ได้จากที่อบรม เช่น มีบ้านหนึ่งบอกว่า ตั้งกฎว่า“ห้ามเดินกินข้าว ห้ามลุกออกจากโต๊ะถ้ากินข้าวไม่เสร็จ” อาจารย์ถามคุณแม่บ้านถึงเหตุผลว่าเพราะอะไรถึงตั้งกฎนี้ คุณแม่บอกเพราะว่า มันทำให้บ้านสกปรกและคนอื่นเห็นจะดูไม่ดี ไม่เรียบร้อย และเปลี่ยนกฎเป็นคุณค่าตามเหตุผลที่คุณแม่ตอบว่า “บ้านเราเน้นคุณค่าเรื่องความสะอาด และมีมารยาทในการกินข้าว แทน”
    ทั้งเล่มนี้ รวมทั้งที่ไปอบรม เราว่าเค้านำเอาหลักการ Floor time มาใช้เยอะทีเดียว เป็นหลักเดียวกันกับที่คุณครูที่รุ่งอรุณใช้กับเด็กๆ ไว้จะreview หนังสือเกี่ยวกับ Floor time ที่หลัง ส่วนตัวบทที่ชอบคือ บทว่าด้วย “อยากให้ลูกเป็นเด็กสร้างสรรค์ คุณพ่อคุณแม่ควรคิดอย่างไร” คือ ตอบโจทย์ปัญหาที่ค้างในใจได้มาก อาจารย์ให้เทคนิค 9 ข้อ เรื่องเน้นคุณค่ามิใช่กฎ เป็นหนึ่งในนั้นด้วย ข้ออื่นๆที่น่าสนใจ เช่น ยอมรับในตัวลูก ให้เสรีกับลูกไม่ห้ามหรือควบคุม หรือชี้นำเกินไป และเน้น ขำๆ ฮาๆ เพื่อให้ลูกได้คิดปล่อยมุก หรือคำถามประหลาดๆ สนุกๆและส่งเสริมสมองให้ลูกคิดสร้างสรรค์ไปโดยไม่รู้ตัว ยังมีอีกหลายข้อ อยากให้ไปอ่านกันเอง
    ปิดท้ายก่อนจบเล่ม ด้วยวิธีการเปลี่ยนบรรยากาศในบ้านให้สร้างสรรค์ ทำให้เราอุ่นใจเยอะเลย พอรู้ว่า ผลวิจัยบอกว่าบ้านที่มีเสียงดัง มีของแปลกเข้าบ้านบ่อยๆ จะช่วยส่งเสริมเด็กให้คิดสร้างสรรค์ ไม่ปิดกั้น ไม่ตัดสิน และอาจารย์ส่งท้ายโดยให้เรา พ่อแม่เริ่มจากการปรับทัศนคติก่อน เปิดใจและจะได้ปั้นลูกน้อยของเราให้เป็น Creative thinking อย่างมีความสุข

    ระดับความน่ามีครอบครอง


    ต้องบอกว่าไม่ค่อยเจอหนังสือที่เน้นส่งเสริมเรื่องคิดสร้างสรรค์สำหรับเด็กอย่างนี้มาก่อน ส่วนใหญ่จะเป็นบทหนึ่งในพวกหนังสือส่งเสริมสมอง หรือไม่ก็ IQ หรือ EQ เป็นส่วนใหญ่ ถือเป็นหนังสือที่น่าสนใจค่ะ เล่มนี้ เจอที่ร้านหนังสือมือสอง เห็นอาจารย์บอกไม่มีพิมพ์แล้ว ตอนไปอบรมได้รับแจกไฟล์ต้นฉบับมา พอได้เจอหนังสือจริงๆเลยดีใจมากค่ะ
    ขอขอบคุณ Blog link นี้ http://monkeycorners.blogspot.com/2014/05/get-creative-for-brighter-kid.html ด้วยครับ
    ใครอยากได้ไฟล์สามารถติดต่อหลังไมค์มาที่ทีมงานได้ครับ ยินดีส่ง EBook ไปให้ได้อ่านกัน

บริษัท กบเหลาดินสอ จำกัด ให้บริการ เหลาความคิด เปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อผลลัพธ์ ที่ดีขึ้น สำหรับ ผู้ที่แสวงหาบริการ ด้านการฝึกอบรม (Training) การโค้ช (Coaching) ที่ส่งผล ต่อการพัฒนา การทำงาน ได้จริง และ คุ้มค่า กับการลงทุน "มาเหลาความคิด พัฒนาความรู้ร่วมกัน สักครั้งหนึ่งในชีวิต" สอบถามเพิ่มเติม โทร. 089-139-6077 LINE: a.sarun